ไข้หวัด…ไม่ใช่เรื่องเล็ก…
วันนี้เป็นวันแรกในรอบสองอาทิตย์ที่มีโอกาสได้นั่งหน้าคอมฯนานหน่อย ที่ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์เต็มๆที่มีเวลาแว็บเข้าบ้านwordpress กับท่องเน็ตแค่ก่อนนอนแป๊บเดียว…
เป็นสองอาทิตย์ที่ในชีวิตนี้คงไม่มีวันลืมจริงๆ เช้าวันจันทร์ที่ 14 พ.ค 55 เป็นวันเปิดเรียนวันแรกของโรงเรียนหน้าบ้าน ก็คงเป็นเหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา ช่วงแรกของการเปิดเทอมใหม่ที่ร้านจะไม่วุ่นวายมากนักอาจเพราะเด็กนักเรียนเขายังเห่อกับการเลื่อนชั้นใหม่ การได้พบปะเพื่อนฝูงซึ่งไม่ได้เจอะเจอกันเป็นเวลาเกือบสองเดือนดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่เขาจะยังไม่สนใจสิ่งอื่น(ของเด็กเล่นตามร้านค้าหน้าโรงเรียน)…เป็นเช้าที่เราร้านค้ากลับรู้สึกดี เพราะจะได้ตังค์กับการค้าขายที่ดูจะคึกคักกว่าตอนปิดเทอมน่ะ
แต่พอตกเย็นพี่สาวที่มักอยู่โยงเฝ้าหน้าร้านประจำกลับมีอาการไม่ดี ผ่านมาเป็นวันไม่เกริ่นอะไรให้เรารู้เลยแหะ เห็นบ่นว่าไม่ไหวจะขอตัวไปพักผ่อนก่อน ประมาณว่าสงสัยจะเป็นไข้หวัดอะนะ เราก็จัดยาหมอตี๋ให้กิน ซึ่งปกติก็จะหาย แต่พอเช้ามาวันอังคารที่ 15 พ.ค 55 ขณะที่เราเปิดร้านขายของตามปกติ แต่พี่สาวแกไม่ปกติซ่ะแล้ว กินอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกมาหมด แกบอกว่านอนพักก็คงจะดีขึ้น บอกเราว่าเคยเป็นแบบนี้มาก่อนไม่เป็นอะไรมากหรอก พอเข้ามาวันพุธที่ 16 พ.ค . 55 พี่สาวอาการไม่ดีขึ้นยังคงมีอาการอาเจียน ซ้ำร้ายช่วงบ่ายบอกว่ามีอาการท้องเสียเพิ่มขึ้นมาด้วย งานเข้าละทีนี้ตอนนั้นในสมองของเรามันสั่งงานว่าเป็นแบบนี้คงไม่เข้าท่าแน่ๆ เพราะพี่สาวเป็นคนอ้วนมีโรคประจำตัวคือความดันกับเบาหวาน ซ้ำร้ายพี่แกยังต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดินจากอาการของเข่าเสื่อมด้วย การกินอะไรไม่ได้มาสองวันแบบนี้เป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ จึงตัดสินใจปิดร้านตั้งแต่ยังไม่ค่ำ พาไปโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านที่สุด…
ทีแรกคิดว่าจะได้นอนโรงพยาบาลซ่ะแล้วเพราะไปถึงวัดความดันพี่แกสูงตั้งสองร้อยแน่ะ จนคุณหมอตกใจ แต่เราพอจะเข้าใจตรงนี้บอกหมอไปว่าพี่แกน่าจะตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะปกติแกจะไม่ค่อยเป็นอะไรจนถึงกับต้องมาโรงพยาบาลแบบนี้(ครั้งนี้เป็นครั้งแรก) คุณหมอเลยให้นั่งพักราวๆเกือบชั่วโมงเลยวัดความดันใหม่ซึ่งก็ลดลงมาเป็น 160 แต่ก็ยังถือว่าสูงอยู่ดี วันนั้นคุณหมอจ่ายแต่ยาแก้ไข้หวัดและย้ำให้พาพี่สาวไปหาหมอประจำที่จ่ายยาเกี่ยวกับความดันให้ สาเหตุที่เขาไม่จ่ายยาความดันให้เพราะ ยาเดิมที่เราถือไปให้หมอดูพี่สาวเพิ่งบอกว่ามันมีสามตัว ตัวที่สามเพิ่งกินหมดและไม่ได้เก็บแผงยาไว้ด้วย กำ!
อย่างน้อยก็ยังดีที่ได้ยาแก้หวัดมาอย่างเป็นทางการ คุณหมอบอกไวรัสลงกระเพาะจึงเป็นสาเหตุให้ทั้งอาเจียนกับท้องเสีย พี่สาวอาการดีขึ้นแต่กลับมีอาการปวดหัวอย่างแรงขึ้นมาแทนบอกปวดที่ใบหน้ามากกินพาราแก้ปวดก็ไม่ดีขึ้น ช่วงกลางคืนต้องเอาผ้าชุบน้ำประคบที่หน้าผากให้ ก็บอกดีขึ้นนิดนึง เช้าวันพฤหัสที่ 17 พ.ค 55 พาพี่สาวไปหาหมอที่เคยรักษา(เป็นศูนย์พยาบาลสาขาย่อยของโรงพยาบาลประจำจังหวัด ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆบ้าน) ปรากฏว่าหมอไม่มาเจ้าหน้าที่บอกว่าต้องเป็นวันศุกร์ที่ 18 พ.ค 55 หมอถึงจะเข้า วันนั้นเราขอแต่ให้ทางศูนย์ช่วยจ่ายยาความดันตัวที่หมดให้ก่อนเพราะพี่แกต้องกินทุกวัน และเราก็เป็นห่วงว่าที่อาการปวดหัวมากไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับความดันหรือป่าว…
อีกอย่างเราบอกกับพยาบาลประจำศูนย์ด้วยว่าพาพี่สาวไปโรงพยาบาลค่ายฯมาหมอที่นั่นเขาย้ำให้เราพาพี่สาวมาพบหมอที่เคยรักษาความดัน เขาเลยบอกให้เรามาอีกทีในวันศุกร์
สุดท้ายเช้าวันศุกร์ที่ 18 พ.ค 55 เปิดร้านขายของก่อน (ปกติในวันธรรมดาจะเปิดร้านหกโมงครึ่ง) ก็ปิดร้านตอนเก้าโมงพาพี่สาวไปศูนย์พยาบาล พยาบาลลัดคิวให้เลยเพราะเราบอกว่าพี่แก กินอะไรไม่ได้มาสามสี่วันแล้ว(จะให้กินแต่น้ำเกลือที่หมอที่โรงพยาบาลค่ายฯจัดให้กับเราซื้อมาเพิ่ม) การได้พบหมอท่านที่สองในครั้งนี้ถึงได้ถึงบางอ้อเลย เพราะพี่สาวบอกว่าคุณหมอส่องดูในปากพี่แกด้วยบอกว่าเป็นแผลในปากเพียบ อืม…ที่แท้อาการปวดที่หน้าที่พี่สาวเป็นมันมาจากแผลในปากนี่เอง
คุณหมอคนแรกเขาไม่ได้ดูในปากพี่แกและไม่ได้จัดยาแก้อักเสบให้ด้วย ซ่ะงั้น ไอ้เราก็คิดว่าเกี่ยวกับความดันที่แท้ไม่ใช่(ไปวัดความดันที่ศูนย์พยาบาลลดลงมาที่ 140 ) มันเป็นเกี่ยวกับแผลผุพองในปากนี่เอง คุณหมอท่านที่สองเลยจัดยาชุดใหม่ให้ ก็มียาแก้อักเสบเพิ่มเข้ามา หลังจากที่กินแล้วพี่แกก็อาการปวดที่หัวทุเลาลงทันที(สงสัยยาอย่างแรงนะนี่)
พอเข้าอาทิตย์ที่สองของการเปิดเทอมใหม่ พี่สาวแม้ว่าอาการจะดีขึ้นเป็นลำดับแต่เราก็ยังไม่ให้แกมาช่วยอะไรที่หน้าร้าน ให้นอนพักมากๆ ช่วงนี้เราเลยทำอะไรคนเดียวเองหมด เพิ่งรู้จริงๆว่ามันเหนื่อยสุดๆ ไม่ได้ต่อโมกระดาษมาสองอาทิตย์เต็มๆ เมื่อวานเพิ่งจะได้จัดตู้โชว์โมใหม่
สิ่งที่จะไม่ทำให้เราลืมเลยก็คืออาการป่วยของพี่สาว ปกติพี่สาวคนนี้เวลาเป็นอะไรนิดอะไรหน่อยเขาจะอดทนและไม่เคยบ่นหรือพูดให้ฟังเลย ช่วงสองอาทิคย์ที่ผ่านมาเป็นเวลาที่เรายื้อยุดกับสิ่งที่มองไม่เห็นจริงๆ มาคิดย้อนหลังว่าวันนั้นถ้าเราไม่ตัดสินใจพาพี่แกไปโรงพยาบาลทุกอย่างมันอาจจะสายไปจริงๆ อาการของการเป็นไข้หวัดใหญ่ถ้าเกิดกับคนปกติคงไม่เป็นอะไรมากแต่ถ้ากับคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงนี่มีความเสี่ยงมากๆกับการที่จะเกิดอาการของเส้นเลือดฝอยในสมองแตกได้ (พี่สาวเพิ่งบอกเราว่ามาระยะหลังนี่ความดันพี่แกไม่ค่อยลด หมอก็เพิ่งจะปรับตัวยาให้ด้วย)
แอบอ่าน!
ตามชื่อเรื่องเป๊ะเลยค่ะ เมื่อวานแวะเข้าเฟสบุค(ซึ่งก็แวะมันทุกวันนั่นแระ..) ไปเจอเพื่อนๆที่เคยอยู่ด้วยกันที่สเปซบ้านเก่า ไปโพสว่าเด๋วนี้ที่wordpressมีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไป(คิดว่าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นน่ะ)…อืม…แอบอ่านจริงๆเพราะไม่ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นหรือกดไลท์
ไม่ว่าใครจะเอาwordpressไปนินทายังไง เราเองก็ยังอยู่ตรงนี้เสมอมา เพราะติดบ้านเก่าๆน่ะ ยิ่งเด๋วนี้เล่นใส่ลิงค์ไปเวปโมกระดาษทั่วโลกเลยต้องเข้าบ้านทุกวัน(เข้าแล้วรู้สึกว่าได้ไปทัวร์เมืองนอกแหะ..) เพื่อจะได้เข้าไปดูโมใหม่ๆที่คลอดออกมาอะนะ
ว่างๆก็เข้าไปอ่านบล็อกเก่าๆของตัวเองดู อืม…บางบล็อกนี่ก็เขียนใส่อารมณ์ดีแท้ ก็อะนะอยากระบายน่ะ จริงแล้วมีอีก 2-3 เรื่องที่เขียนค้างไว้(ตามอารมณ์) แต่ยังไม่โพส อ่านไปอ่านมาจะลบออกแระ(อารมณ์เย็นแล้วไม่รู้จะโพสทำไม..)
ปล.ขอบคุณเพื่อนๆในโลกออนไลน์ที่แวะเข้ามา แอบอ่านข้อความในบล็อกต่างๆและเยี่ยมชมบ้านน้อยๆหลังนี้ค่ะ^_^
Hyaku shiki by yobee
shiki ตัวนี้ก็ที่เห็นที่โชว์ที่หน้าเพจนี่แระ(แถวๆคอลัมน์ขวาสุดตัวล่างๆน่ะ) จริงแล้วกันดั้มตัวนี้เพื่อนสมาชิกในเวปPlayfc เขาปริ้นส่งมาให้เป็นชาติแระ ทำไม่เสร็จสักที (ละอายใจเจรงๆ) อาจจะเพราะด้วย ความที่ยังไม่แน่ใจในฝีมือการต่อโมของตัวเองสักเท่าไหร่(กระดาษบางแผ่นที่เพื่อนปริ้นมาให้ไม่มีขายที่บ้าน) กลัวว่าถ้าพลาดขึ้นมา จะหากระดาษมาปริ้นซ่อมไม่ได้ เลยต่อแบบค้างๆคาๆไว้อย่างที่เห็นในภาพ
ในที่สุดมาวันนี้เลยตัดสินใจเอาขึ้นมาทำต่อเสียที (สงสัยเกิดความอิจฉาเพื่อนในเวป ที่เขาเริ่มจะลงมือต่อมันมาโชว์น่ะ)เป็นไงเป็นกัน ทิ้งไว้นานเกินไปแระ (งานกันดั้มโมเกาหลีแต่ละตัว มีแต่โหดๆทั้งนั้น)
ปล.1 เกิดการเอามาคั่นรายการต่อโมสาวซ่ะนี่เรา(kurisu)
ปล.2 shiki ตัวนี้แบบตัด23 แผ่น ต่อแล้วคงสูงราวๆ 30 cm.
อัพเดต 27-3-55
หลังจากที่ไม่ได้ต่อซ่ะนาน(เป็นปี) พอกลับมาทำต่อ เอ๊ะ รู้สึกได้เลยว่าฝีมือการต่อเราดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ในที่สุดshiki เราก็ยืนได้เสียที เลยเก็บภาพมาลงหน่อย
อัพเดต 29-3-55
เริ่มหล่อแระ shikiเรา
อัพเดต 13-4-55
งานเสร็จมาได้สองวันแระวันสุดท้ายกว่าจะหากระดาษมาทำstand ได้ ไปได้กระดาษวาดเขียนฟาวินี่ขนาด 200 แกรมกับกระดาษชานอ้อยจากร้านB2S (ตัวstand จะต้องใช้กระดาษที่หนาหน่อยไม่งั้นจะรับน้ำหนักตัวโมไม่ได้นาน)
กระดาษวาดเขียนเอามาตัดเป็น A4 แล้วปริ้นมาทำส่วนที่เป็นขาตั้งโม ส่วนฐานใช้กระดาษชานอ้อยค่ะ
(กระดาษวาดเขียนแผ่นละ 15 บาท กระดาษชานอ้อยแผ่นละ 43 บาท)
ชมภาพเต็มๆได้ที่นี่ค่ะ http://playfc.com/www2/bbs/viewthread.php?tid=16267
Makise Kurisu papercraft
ปลุกปล้ำ เอ้ย ปลุกปั้นมาหลายวันแระกับโม makise kurisu ตัวนี้ แบบตัดเฉพาะตัวโมก็ 13 แผ่นตัด ส่วนฐานรองโมอีก 6 แผ่นตัด คราวก่อนคิดว่าต่อโมตัวใหญ่แล้วนะ(สูง 36 cm.) กับโมสาวBoa hancock ในวันพีช ตัวนี้
…ชมภาพเต็มๆได้ที่นี่ http://playfc.com/www2/bbs/viewthread.php?tid=15764&extra=page%3D2&page=1
ที่ไหนได้ตัวkurisu ตัวนี้คิดว่าถ้าเสร็จมิปาเข้าไปเกือบครึ่งเมตรแน่ๆ..คงต้องรอชมต่อไปค่ะ…
ใช้กระดาษเยอะจริงๆ(เลือกใช้กระดาษmatteยี่ห้อij ขนาด 90 แกรมเฉพาะต่อตัวโม)
เริ่มงานมาได้สามสี่วันแล้ว ไปไม่ถึงไหนเลย จะเสียเวลาไปกับตอนเก็บขอบขาวนี่แหละแต่ละชิ้นนานจริงๆ(โดยเฉพาะเวลาที่ใช้สีเมจิกขนาดหัว0.3mm. เก็บขอบขาว)
มีปัญหากับตอนจะเก็บขอบตัวเสื้อซึ่งเป็นสีเทาอ่อนกับเข้ม ที่มีอยู่จะเป็นสีไม้มาพักหลังใช้เก็บขอบขาวยากนิดนึง มาตอนหลังเลยลองใช้สีชอร์กดูก็เข้าท่าเหมือนกัน เมื่อวานก่อน เลยไปได้มาแบบชุดใหญ่ 49 สีที่ร้าน B2S ลด 25 % จากราคา 188 เหลือ 144 ได้สีเทาอ่อนแก่มาด้วย ดีจริงๆ(ข้อควรระวัง : เวลาใช้สีชอร์กเก็บขอบขาวระวังจะมีผงสีที่หลุดร่วงออกมาจะเลอะพาทเราได้ต้องค่อยๆใช้ทิชชูปัดออกเบาๆ)
วันนี้ลงแค่นี้ก่อน ไว้ค่อยมาอัพเดตงานเรื่อยๆละกาน…
อัพเดต 18-3-55
ก่อนจะไปลงมือต่อshiki เลยขอแว็บเอาความคืบหน้านิดนึงในการทำkurisu มาแปะเพิ่มหน่อย
กว่าจะได้สองขานี่มาคิดเป็นวันเลย โดยเฉพาะตรงช่วงข้อเท้า(เป็นการนำเอาขามาติดใส่ที่เท้า) ทีแรกต่อเท้าไว้แล้วสุดท้ายต้องมาค่อยๆแกะเอาชิ้นบนสุดตรงบริเวณข้อเท้าออก แล้วเอาขามาติดเข้าไปที่เท้า แล้วถึงปิดชิ้นสุดท้ายที่ข้อเท้าอีกครั้ง
หัวใจกระดาษ…Paper Hearts
เป็นงานโมเดลกระดาษง่ายๆต้อนรับวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึงค่ะ อืม…งานง่ายๆก็จริงเล่นเอากว่าจะต่อเสร็จหลายวันเหมือนกัน เพราะมัวแต่ไข้ขึ้นซ่ะนี่ นอนซมมาสามวันเต็มๆเมื่อวานค่อยดีขึ้นแระ เลยปั่นงานต่อ ได้ทันโชว์ให้เด็กๆนักเรียนตัวน้อยได้ชมทันเวลาพอดี
หัวใจใหญ่กับหัวใจเล็กๆที่กองข้างหน้าเป็นโมเดลกระดาษของปีที่แล้ว ส่วนเจ้าหัวใจ บอก ฉันรักเธอ ที่นั่งอยู่ข้างหลังเป็นงานที่เขาเพิ่งแจกใหม่ปีนี้ค่ะ
ใครอยากลองฝึกฝีมือทำหัวใจฝากสาว มารับไปต่อได้เลยนะค่ะ
…โหลดแบบตัดได้ที่นี่ค่ะ
http://www.4shared.com/rar/QJ0KQBpQ/heart_paper_toy.html—>หัวใจบอก I Love You
http://www.4shared.com/rar/beBUqXHd/br_template.html —>น้องหมาลายหัวใจ
http://www.4shared.com/rar/nVaZL-Yy/_online.html?refurl=d1url —>กามเทพน้อย
ส่วนหัวใจที่กองข้างหน้าสุดเป็นงานจากOH-SHEET วาเลนไทน์ปี2011
http://www.mediafire.com/?hcj4z4wddlcq8tt—>หัวใจใหญ่สีชมพู
http://www.mediafire.com/?irs166b029enuzd—>หัวใจใหญ่สีแดง
http://www.mediafire.com/?ul5uxvddkoyfibz—>หัวใจเล็ก
ส่วนกระเป๋า 2 ใบ เป็นงานจากเวปkirin ทางเวปเขายังแจกแบบตัดมาไม่หมด เข้าไปโหลดได้ตามลิงค์นี้เลยค่ะ
http://www.beverage.co.jp/fun/papercraft/giftbox/
…วาเลนไทน์ปีนี้ขอให้เพื่อนๆในโลกออนไลน์มีความสุขกับคนที่เรารักมากๆนะค่ะ….
อัพเดต 12-2-55
หัวใจกระดาษล่าสุดจากOH-SHEET ค่ะ
โหลดแบบตัดได้ที่นี่ค่ะ
http://www.4shared.com/office/7nKmVBmR/my_heart.html?
หมายเหตุ : ถ้าแบบตัดเป็นไฟล์ PDF เราต้องใช้โปรแกรมAdobe Acrobat ในการเปิดไฟล์ แต่ถ้าเป็นไฟล์PDO มาเราต้องใช้โปรแกรมPepakura Viewer ในการเปิดไฟล์ค่ะ แต่ถ้าเป็นไฟล์ภาพธรรมดา(นามสกุลJPEG สามารถเปิดในคอมได้เลยเหมือนดูภาพทั่วๆไป)
บล็อกไม้ตะปูทำพิษ…
การเลือกซื้อบล็อกไม้ตะปู ในการมาทำผ้าพันคอหรืองานถักจากไหมพรมต่างๆ มีข้อควรระวังมากๆโดยเฉพาะถ้าขนาดไม้ยาวหน่อย อย่างที่ตัวเองโดนมาอย่างจังเลย(ข้อบกพร่องของบล้อกไม้) ก็คือขนาดไม้แบบ 32 ตะปูยี่ห้อMagic Knitting โดยการสั่งซื้อมาจากเวปนึงในอินเตอร์เน็ต ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลองสั่งแบบ 17 ตะปูมาใช้งานก็โอเคน่ะ ใช้ดี เลยกะขยับว่าจะลองเอาอันยาวหน่อยมาใช้งานบ้าง สินค้าสั่งเมื่อวันที่20 มกราคม 2555 ได้รับของวันที่ 23 มกราคม 2555 ที่ต้องระบุวันที่เลย เพราะมันมีปัญหากับการนำบล้อกไม้ 32 ตะปูมาทำผ้าพันคอ เริ่มใช้งานวันที่ 23ม.ค 55 พอมาอีกวัน 24 ม.ค 55 ขณะที่ไหมพรมยังคาอยู่ในบล็อกไม้น่ะ ปรากฏว่าตัวไม้ตรงกลาง ไม้มันแอ่นเข้าหากัน จึงทำให้การพันไหมมีความลำบากมาก เพราะพอไม้เอียงตัวตะปูมันก็เอียงตามไปด้วย ไหมที่เราพันรอบแรกเมื่อกดลงไปที่พื้นไม้ ได้สักพักไหมมันก็จะไหลกลับมาด้านบนตามความเอียงของตัวตะปู(ปกติตัวตะปูจะตรง ไหมจะไม่มีการเลื่อนตัวเองขึ้นมาแบบนี้)
ที่สำคัญลายถักตรงช่วงกลางไม้จะมีขนาดไม่เท่ากับด้านปลายทั้งสองข้างของไม้ ลืมบอกไปว่าตอนที่แกะกล่องเอาบล็อกไม้ออกมาลักษณะไม้จะตรงไม่คดงอแต่อย่างใด มันจะคดงอก็ต่อเมื่อเราได้ขึงไหมไปที่ตะปูแล้ว(วันแรกยังไม่เห็นพอวันที่สองจะเริ่มงอแระ)
จากภาพจะเห็นเลยว่า ตัวไม้ตรงกลางมันแอ่นเข้าด้านใน สังเกตุว่าลายถักช่วงแรกๆจะตรง แต่พอไปหน่อยเริ่มไม่สม่ำเสมอแระ ตรงช่วงด้านข้างทั้งสองไหมพรมจะย้วย เพราะลายถักตาจะใหญ่ แต่ตรงกลางลายถักจะเล็ก
วัดตรงปลายไม้ตะปูจะห่างกัน 3.0 cm.
วัดตรงกลางไม้ตะปูจะห่างกัน 2.5 cm.
สังเกตุว่าไหมที่เราพันรอบแรกมันควรอยู่แนบกับตัวไม้ แต่นี่พอเรากดลงไปแนบและพันไหมรอบสองยังไม่ทันจะได้เกี่ยวไหมข้างล่าง เจ้าไหมเส้นล่างจะค่อยๆเลื่อนตัวเองขึ้นมาข้างบนตามความเอียงของตัวตะปูที่เกิดจากไม้มันงอตัวน่ะ นี่ยังดีที่เป็นไหมเส้นธรรมดา ถ้าเป็นแบบมีขนปุยๆ เราจะแยกเส้นไหมออกจากกันยากมาก
พอทำเสร็จเมื่อปลดไหมออกจากไม้แล้ว ตัวบล็อกไม้จะคืนสภาพเดิมไม่บิดงอให้เห็น แต่ผ้าพันคอราคาแพงของเราเบี้ยวเลยค่ะTT__TT(ใช้ไหมราคา 750 บาทต่อผืนนะนั่น)
นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากเตือนเพื่อนๆในโลกออนไลน์ค่ะ ว่าช่วงนี้ให้ระวังสินค้ายี่ห้อ Magic Knitting ที่เป็นบล็อกไม้ตะปูขนาด 32 ตะปูและเราก็มั่นใจด้วยว่าขนาด 51 ตะปูมันก็ต้องเป็นแบบนี้ด้วย หมายถึงสินค้าที่ออกจากบริษัทผู้ผลิตหลังวันที่ 20 มกราคม 2555 ค่ะ แบบว่าถือเอาตามที่เราสั่งบล็อกไม้มาอะนะ เพราะทางเวปที่เขารับมาขายเขาบอกว่าที่ผ่านมาไม่เคยเจอปัญหาแบบเรา อืม…สินค้าที่ไม่มีใบรับประกันนี่มีความเสี่ยงสูงจริงๆ อ้อ ลืมบอกว่าบล็อกไม้ยี่ห้อที่ซื้อมา ถ้าเป็นแบบ 32 ตะปูราคา 390 บาท ขนาด 51 ตะปู ราคา 650 บาท ราคาแพงแต่ไม่ควบคุมคุณภาพการผลิตให้ดี มีแต่เจ้งนะคะนี่ ยังดีน๊าที่ทางเวปที่รับมาขายเขาจะรับผิดชอบเปลี่ยนไม้ให้ แต่เราไม่ขอเอาล็อตใหม่น่ะ กลัวเจอปัญหาอีก บอกกะทางเวปไปว่าไงก็ขออันเก่าที่ทางเวปเขาเคยใช้งานมาแล้วดีกว่า เข็ดจริงๆ ทีแรกกะว่าจะซื้ออันขนาด 51 ตะปูอีกสักตัว ตอนนี้ไม่ไว้วางใจแระ ใครมียี่ห้อที่ไม่บิดไม่เบี้ยวช่วยแนะนำหน่อยก็ดีนะค่ะ
ถักนิตติ้ง…
งานฝีมือเกี่ยวกับการใช้ไม้นิต(นิตติ้ง) ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะทำเป็น เคยหัดสมัยเรียนมัธยม ทำไงก้อทำไม่เป็นสักที หลังจากนั้นก็ไม่เคยคิดที่จะทำมันอีกน่ะ อืม…อาจเพราะด้วยความที่เราเองก็ไม่ได้กระตือรือร้นในเรื่องนี้ แต่ก่อนงานพวกเย็บ ปักถักร้อย ถ้าไม่เพราะต้องเรียนเอาคะแนนในโรงเรียน ก็คงทำไม่เป็นสักกะอย่างยังดีที่ทำเป็นอย่างเดียวคือการถักโครเชต์ เรียนรู้จากพี่สาวที่บ้าน เลยโชคดีกว่าเพื่อนๆในโรงเรียนหน่อย(วิชางานบ้านเย็บปักถักร้อยได้คะแนนเต็มเลยค่ะ มีแอบทำให้เพื่อนด้วย อิอิ^__^)
หน้าหนาวปีนี้ได้งานฝีมือใหม่ๆจากในโลกอินเตอร์เน็ตเยอะจริงๆ (เริ่มต้นจากการค้นในgoogle)ไหนจะการทำผ้าพันคอจากบล็อกไม้ตะปู การทำผ้าพันคอจากอีซี่นิต(ใช้แทนการถักด้วยไม้นิต) แต่ที่มันสุดยอดสำหรับเราเลยก็คือเรื่องการถักนิตติ้งด้วยไม้นิตนี่แระ…
สิ่งที่มันดึงดูดให้เราลองหัดทำงานฝีมือด้วยไม้นิตก็เพราะ เจ้าไหมพรมที่มีออกมาแบบไม่ใช่ไหมพรมธรรมดาอะดิ มีสารพัดแบบสวยๆทั้งน้านน ไหนจะไหมพรมริบบิ้น ไหมพรมรางรถไฟ ไหมพรมปอมปอม ซึ่งไหมพวกนี้เขาจะใช้ไม้นิตทำน่ะ อีกอย่างร้านขายไหมพรมที่อุดรเขาก็มีไหมพรมแบบสวยๆบางตัวขายด้วย เอาล่ะไหนๆก็ไหนๆ ลองเมียงๆมองๆดูวิธีในเน็ต ไม่ว่าจะในยูทูบในเวปต่างๆ เลยตัดสินใจในบัดดล ซื้อทั้งไหมพรมกับไม้นิตมาเลยค่ะ ใช้ไหมพรมปอมปอม กับไม้นิตเบอร์ 7(ตามข้อมูลที่ได้จากอินเตอร์เน็ต) ซึ่งมีขายที่บ้านเรา(อุดรฯ)พอดี ไม่ต้องสั่งซื้อทางเน็ต
หลังจากนั้นก็งมโข่งในยูทูบหลากหลายชาติหลายภาษาเลยค่ะ เหตุที่ต้องดูเยอะๆเพราะคอมฯเจ้าปัญหาเราดันเวลาเข้ายูทูบทีคอมจะรีสตาร์ทน่ะ บางทีก็ดูได้ครึ่งทางก็แฮงค์จนได้ไปเจอยูทูบของชาติสเปนเข้า
อันนี้ค่อยดีหน่อยดูได้จนจบซึ่งกว่าจะเริ่มเข้าใจและทำได้ปาเข้าไปเกือบสามชั่วโมงเลยค่ะTT_TT …แรกๆก็ใจแป้วเลยล่ะกลัวจะไม่สำเร็จ แต่พอมาคิดถึงราคาไหมพรมที่ซื้อมา เลยต้องทำมันให้ได้(เพราะดันซื้อมาทีไหมพรม 5 กลุ่ม 300 บาทเข็มอีก 35 บาท) จากยูทูบช่วงขึ้นต้นแถวแรกชัดเจนมาก แต่ตอนจะขึ้นแถวที่ 2 มันขัดๆยังไงไม่รู้ เลยเอาไปผสมกับวีดีโออื่นๆเลยทำให้เข้าใจง่ายขึ้น
พอทำได้แหม…เป็นอะไรที่ดีใจสุดขีดเลยแหะ ต้องขอบคุณgoogleในอินเตอร์เน็ตจริงๆ ที่ทำให้เราได้ความรู้อะไรใหม่ๆมากมายจริงๆ อีกอย่างคงต้องบอกเลยว่าในบางเรื่องถ้าเราตั้งใจจริงและมุมานะกับมัน จากยากมันจะกลายเป็นง่ายได้เลยค่ะ
…ก่อนหน้านี้พี่สาวจะถักเสื้อไว้หลายตัว(โครเชต์)แล้วเห็นบ่นๆว่าเบื่ออยากทำอย่างอื่นบ้าง งานนี้พี่แกคงไม่เบื่อแระ เพราะเดี๋ยวได้มีอะไรให้ทำใหม่ๆอีกเพียบ น้องสาวคนนี้แหละจะพาทำ อิอิ
ถักนิตติ้งผ้าพันคอจากไหมพรมปอมปอม ชิ้นนี้กำลังทำค่ะขึ้นไหมพรมกลุ่มที่ 2แล้ว ชิ้นนี้จะทำตามในyoutube ข้างบนค่ะ ลายจะเป็นแถวตรง แต่ไปเห็นที่youtube ของจีนอีกอันพอทำแล้วลายเม็ดปอมปอมจะเฉียงๆหน่อย
อีซี่นิต ซื้อวัสดุมาแล้ว และมาสืบค้นจากgoogleถึงวิธีใช้มันจนได้ไปเจอที่นี่ค่ะ
http://pinn.co.th/?file=tip_technic/Eazy_Knit06.php
…ตัวนี้แรกๆที่ทำเจ็บนิ้วมือเลยแหะคงเพราะยังไม่คุ้นกับวัสดุพลาสติกแข็งๆน่ะ แต่เดี๋ยวนี้ชินแล้วค่ะ ซื้อไหมมาเตรียมไว้ 2 กลุ่มแต่พอลองทำไปได้สักครึ่งกลุ่มกลัวไหมไม่พอ เลยต้องไปซื้อเพิ่มมาอีก 1 กลุ่ม(เมื่อคืนไป ร้านเขาบอกหมด เห็นว่าวันนี้ของจะเข้ามาอีก เด๋วคงต้องแว็บไปหน่อย)…ชิ้นนี้ก็กำลังทำควบคู่กะข้างบนน่ะ
ส่วนอันนี้เป็นการทำผ้าพันคอจากบล็อกไม้ตะปู ซึ่งชาวบ้านชาวช่องกำลังฮิตขนาด นัยว่าทำได้ทั้งหญิงชายเลยค่ะ ส่วนวิธีทำ ทำตามหนังสือที่มีขายทั่วไปได้เลยค่ะ(ชื่อหนังสือ ลายถักผ้าพันคอจากบล็อกไม้ราคาเล่มละ 180 บาท) อืม..หรือจะสืบค้นจากgoogleก็ได้ค่ะ…ที่ทำผืนนี้ได้ลายถักมาจากในหนังสือค่ะเป็น 1 ใน 20 ลายและคิดว่าเป็นลายที่สวยที่สุดน่ะ ดูจากแพทเทิร์นลายคล้ายดอกพิกุล (ชิ้นนี้พี่สาวทำค้างยังไม่เสร็จ)
อัพเดต 18-1-55
วันนี้ทำผัาพันคอจากไม้นิตชิ้นบนสุด(แบบไหมปอมปอม)เสร็จ พอจะปลดไม้นิตออก งานเข้าแระเพราะไม่รู้วิธี เลยต้องเข้าgoogle อีกครั้ง ไปเจอเขาบอกแต่ปลดจากห่วงเดี่ยวแต่เรามันมี 2 ห่วงต่อ 1 ช่วงลายนี่ซิ
เลยต้องทำจาก 2 ห่วงให้เหลือ 1 ห่วงซ่ะก่อน(ตามวิธีในyoutube) แล้วต้องขึ้นไปอีก 1 แถวเพื่อที่จะปลดอีก 1 ห่วงให้หายไปตามในyoutube น่ะ
สวัสดีปีใหม่ 2555(2012)
เช้าวันที่ 2 ของปีใหม่( 2 มกราคม 2555 ) ก็ยังเป็นวันหยุดที่ไม่รีบเร่ง เลยเรื่อยๆถือโอกาสเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปโฉมบ้านแมวบินซ่ะหน่อย(เกือบลืมวิธีทำไปแระ…) ไปเก็บตกภาพพื้นหลังมาจากกูเกิ้ล(เอามาใช้ชั่วคราว เด๋วจะไปหาที่ถูกใจมากกว่านี้) —>ไปหาภาพพื้นหลังใหม่จนได้แระ…เน้นหัวใจนิสสนึง^__^
2 วันที่ผ่านมา ถนนหนทางในตัวเมือง(อุดรฯ) เงียบมากๆ รถหายไปไหนน่ะ(สงสัยแต่วันก่อน) ยิ่งเมื่อวานยิ่งเงียบ (เสียดายไม่ได้เก็บภาพถนนโล่งๆมาให้ดูเพราะกล้องในมือถือเน่าแล้วTT_TT) แถวบ้านร้านค้าปิดเกือบทั้งหมด(มีแต่เรานี่แระ ที่ยังงกตังค์ เปิดตลอด) มารู้ข่าวตอนช่วงหัวค่ำว่าผู้คนในเมืองพากันไปชมดอกทิวลิปที่ภูฝอยลม อุดรฯ…ดีจริงอะไรจริงเมืองอุดรเรามีดอกไม้ชนิดนี้ด้วยแหะ นัยว่ารถราติดเป็นหางว่าว หาที่จอดรถยากด้วย (ป่านนี้ภาพดอกทิวลิปเมืองอุดร คงว่อนเน็ตไปแระ^__^)
ปีนี้ไม่ได้ทำปฏิทินแจกเพื่อนๆเหมือนปีที่แล้ว เพราะยุ่งงานที่ร้านมากและกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจเกี่ยวกับกิจการที่ร้านเล็กน้อยน่ะ อืม…การที่เราต้องรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่างในคราวเดียวมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่ผ่านมามีหลายอย่างที่เมื่อเราตัดสินใจทำไปแล้วกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ก็ต้องมาคิดหาหนทางแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดนั้นๆใหม่และรวมไปถึง การที่ต้องเริ่มต้นอะไรใหม่อีกครั้ง เฮ้ยยย…มันไม่ง่ายจริงๆ เอานะในเมื่อตัดสินใจอะไรไปแล้ว(คนเดียวอีกแล้ว) เราก็พร้อมที่จะลุย อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด…ผ่านทั้งเรื่องสุขและทุกข์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วนินา…กำลังใจจากตัวเองนี่แหละ…ดีที่สุด
ปฏิทินงานง่ายๆ ทำไว้ใช้เอง(ปกติต้องมีปฏิทินตั้งโต๊ะใช้ จัดไปอีกหนึ่งขอปีนี้ )
ติ๊กไว้แระ..กิจกรรมแรกของปีวันที่ 5 มกราคม 2555 มีโปรแกรมเดินทางขึ้นเหนืออีกแล้ว
เครดิต : http://clovered.net/
โหลดแบบตัดได้ที่นี่ค่ะ http://www.4shared.com/rar/a8ATcSTX/Clovered_2012PopUpCalendar.html
เครื่องพิมพ์ลำดับที่ 4
อืม…วันนี้ขอบ่นทั้งเช้าทั้งบ่ายเลยดีกว่า ในที่สุดเครื่องพิมพ์เครื่องที่ 4 ก็ได้ฤกษ์ติดแท้งค์ซ่ะที หลังจากที่หมึกแท้หมดไปได้เกือบสองอาทิตย์แระ….ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกเวปplayfc อาเฮียนะโม(namotasa)เพื่อนจากแดนใต้ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการติดแท้งค์เครื่องปริ้นยี่ห้อบราเธอร์เอาไว้แต่อาทิตย์ที่แล้วและต่อเนื่องจนถึงเมื่อวานที่เพิ่งไปได้น้ำหมึกมาน่ะ(ซื้อแท้งค์เปล่าไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน ส่วนสีซื้อเมื่อวานนี้เอง)
กว่าจะทำได้เหงื่อตกเลยเรา เพราะงานนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่ยกเครื่องพิมพ์ไปร้าน ตั้งใจติดเอง อืม…มันติดตั้งเองง่ายจริงๆมียากก็ตอนที่พอเราใส่แท้งสีตามลำดับ ดำ เหลือง น้ำเงิน และแดงสีสุดท้าย ไหงเครื่องพิมพ์มันบอกไม่เห็นสีดำ ก็ต้องถอดออกมาแล้วใส่เข้าไปใหม่ คราวนี้ไม่เห็นสองสีเลย กำ!ปล้ำอยู่ตั้งนาน เฮ้ยย…กว่ามันจะมองเห็นครบทุกสี
จนได้มาแบบนี้ค่ะ
ภาพแรกเติมน้ำหมึกใส่แท้งค์แล้วหน้าตาเป็นแบบนี้
ภาพนี้ติดตั้งแท้งค์เรียบร้อยแล้วค่ะ ล้างหัวพิมพ์ 3-4 ครั้งแล้วลองปริ้นโมตัวแรกเลย เป็นตัวมิกกี้เมาท์และมินนี่เมาท์เวอร์ชั่นใหม่จากเอปสัน (http://playfc.com/www2/bbs/viewthread.php?tid=15104&extra=&page=1)
ปล.วันนี้คงยังไม่ได้ต่อเจ้ามิกกี้ตัวใหม่ เพราะรับออร์เดอร์สติชไว้สองตัว เพิ่งทำไปได้ตัวครึ่งเอง เสียเวลามาติดตั้งแท้งค์เองกับเขียนบล็อกไปราวสามถึงสี่ชั่วโมงได้…ไปแระ ว่างเมื่อไหร่จะแว็บเข้ามาบ่นใหม่เจ้าค่ะ
…ลืมบอกว่าเครื่องพิมพ์ 3 ตัวแรกเน่าและชั่งกิโลขายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ…
เจียวดาวกะก๋วยเตี๋ยวลุยสวน…
ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า wordpress เขาปรับปรุงหน้าที่เขียนบล็อกไปอีกสเต็ปแระ อืม…มีฟังก์ชั่นให้เราเลือกเยอะขึ้น อย่างเช่นสีของตัวอักษร ดีจริงเราชอบใช้สีชมพูน่ะ เริ่มเหมือนกะที่สเปซเก่าแล้ว…
เข้าเรื่องซ่ะที เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่แล้ว( 12-13 พ.ย.54) ไปธุระที่เชียงใหม่มา ได้ไปกินของแปลก(สำหรับเรา) มาสองอย่าง อย่างแรก…เจียวดาว…ขอยืมภาพมาจากเน็ตค่ะ
จริงๆแล้วต้องโรยพริกไทยกับซอสแม็กกี้ไปที่หน้าเจียวดาวด้วย ไม่งั้นมันจะจืดสนิท นัยว่าเป็นอาหารที่ราคาจัดว่าถูกที่สุดในเชียงใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าเราไม่ใส่เครื่อง(หมูสับ หรือไส้กรอกหั่น)ไปที่ไข่เจียว มันจะแค่ 15 บาทเองค่ะอีกอย่างอาหารแบบที่ว่ามีตั้งแต่ระดับเปิดเป็นร้านไปจนถึงรถเข็นจอดขายข้างทางเลยค่ะ พบเห็นในช่วงเวลาเย็นจนถึงพลบค่ำ มีเรียงรายขายแข่งกันเป็นแถว ณ บริเวณหลังมอเชียงใหม่เลยค่ะ (จากประตูวิศวะไปจนถึงประตูเกษตร)
ส่วนอย่างที่สองก็…ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน…แปลกสำหรับเราอีกแล้ว ขอเอาภาพที่ใกล้เคียงกับที่ไปกินมาจากเน็ตค่ะ
สนั่นราคามีตั้งแต่กล่องละ 20 -40 บาท เมนูที่เราเลือกกินจะเป็นไส้ปลาทูน่า+สาหร่าย ราคา 30 บาท มีน้ำจิ้มให้เราเลือกสามแบบ ยี่ห้อที่ไปกินมาจำไม่ได้แล้วรู้แต่ว่าเขาบอกว่าเป็นสาขามาจากหน้าม.พายัพ(มาเปิดขายที่หลังมอเชียงใหม่) เขาขายดีจริงไม่มีการให้นั่งกินค่ะต้องซื้อกลับบ้านอย่างเดียว มีแต่เก้าอี้ตัวเล็กให้นั่งรอ ลูกค้าจะเขียนรายการลงกระดาษแผ่นเล็กแล้วเสียบไว้ที่เหล็กเสียบกระดาษคนขายเขาจะจัดทำตามคิว ถ้าไม่นั่งรอก็อาจไปเดินซื้ออย่างอื่นแล้วค่อยกลับมาเอาก็ได้ ในถุงจะมีกระดาษลายมือเราอยู่ด้วยไม่ต้องกลัวหลง
อืม…บรรยากาศหลังมอเชียงใหม่ ยามพลบค่ำนี่มันเป็นอะไรที่วุ่นวายดีจริงๆ สองข้างทางฟุตบาทของกินเพียบ รถราติดอีกตังหาก วันที่กลับกว่ารถแดงที่เรานั่งจะหลุดออกมาจากบริเวณนั้นได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย….
หมายเหตุ : ได้ไปกินอะไรที่ไม่เคยกินมาก่อนแบบนี้ทำให้นึกถึง ของหวานชนิดหนึ่งซึ่งทุกวันนี้ไม่รู้ว่าเขาเลิกขายไปแล้วยัง…นั่นคือ ไอศครีมไข่แข็ง วิธีการทำง่ายจริง ที่รู้เพราะเขาเป็นรถเข็นขายอยู่แถวโชคชัย4 ลาดพร้าว กทม. เขาจะใช้เฉพาะไข่แดงดิบ ตีด้วยช้อนแล้วเทราดไปบนไอศครีม(ในถังไอศครีม) แล้วใช้ที่ตักไอศครีมตักมันขึ้นมาใส่ถ้วยเสริฟ แค่เนี่ย…



































ความเห็นล่าสุด